"ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2562"

ทำความรู้จัก "ธนาคารขยะ" เพิ่มมูลค่าของเหลือใช้ แถมสร้างรายได้ให้ครอบครัว

มาทำความรู้จัก “ธนาคารขยะ” หรือ “ธนาคารขยะรีไซเคิล” กิจกรรมที่ช่วยลดภาระการจัดการขยะ เพิ่มปริมาณการคัดแยกขยะในชุมชน แถมยังช่วยสร้างรายได้ให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่งด้วย

ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องการจัดการขยะและเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน แถมยังมีแนวโน้มของปัญหาเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในทุก ๆ วัน ทำให้หน่วยงานต่าง ๆ ต้องเร่งหาทางแก้ไข ซึ่ง “ธนาคารขยะ” ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางออกที่มีการส่งเสริมให้นำมาปรับใช้ เพื่อทำให้ประชาชนคัดแยกขยะกันมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ช่วยหารายได้เสริม และฝึกนิสัยการออมไปในตัว ว่าแต่ธนาคารขยะมีที่มาที่ไป แนวคิด กระบวนการเป็นอย่างไร และมีประโยชน์อะไรบ้าง ตามมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันเลย

สถานการณ์ขยะชุมชนและปัญหา

จากการสำรวจข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ พบว่า ปริมาณขยะในปี 2561 มีมากถึง 27.93 ล้านตัน นับว่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าประมาณ 2.05% โดยทั้งหมดถูกนำไปกำจัดอย่างถูกต้องประมาณ 10.85 ล้านตัน นำกลับไปใช้ประโยชน์ประมาณ 9.76 ล้านตัน ส่วนที่เหลืออีก 7.32 ล้านตัน ได้รับการกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งกลายเป็นต้นเหตุที่สร้างปัญหาให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ไม่ว่าจะทำให้เกิดควันหรือมลพิษทางอากาศจากการเผาขยะกลางแจ้ง มีน้ำเสียหรือมลพิษทางน้ำจากการที่ขยะตกค้างไหลลงสู่แม่น้ำ ทำให้บรรยากาศไม่น่าอยู่เนื่องจากมีขยะเกลื่อนพื้นและส่งกลิ่นเหม็น หรือแม้กระทั่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์พาหะนำโรค เช่น หนู แมลงวัน และแมลงสาบ   

ฉะนั้นหน่วยงานต่าง ๆ จึงได้จัดตั้งกิจกรรมหรือโครงการที่ช่วยรณรงค์ให้ผู้คนรู้จักคัดแยกขยะ และนำขยะมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดขึ้น เช่น การจัดหาสถานที่ทิ้งขยะแบบแยกประเภท การรณรงค์ลดใช้โฟมและพลาสติก ศูนย์วัสดุรีไซเคิลของชุมชน ธนาคารขยะรีไซเคิล ผ้าป่ารีไซเคิล ขยะแลกไข่ และการผลิตเชื้อเพลิงเขียว 

ที่มาและแนวคิดการทำธนาคารขยะ

ธนาคารขยะ คือ การซื้อ-ขายขยะภายในโรงเรียนหรือชุมชน มีกระบวนการคล้ายกับธนาคารทั่วไป โดยให้ผู้ฝากนำขยะรีไซเคิลหรือของเก่ามาให้ธนาคารแทนเงินสด หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะคิดคำนวณตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการได้ทำการตกลงไว้กับร้านรับซื้อของเก่า จากนั้นก็แลกเปลี่ยนเป็นเงินเข้าบัญชีของผู้ฝาก ส่วนขยะที่ธนาคารรับฝากมาก็จะทำการคัดแยกและรวบรวมไว้ขายให้กับซาเล้งหรือร้านรับซื้อของเก่าต่อไป

สำหรับธนาคารขยะเกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2542 ณ โรงเรียนเทศบาล 5 (วัดพันปี) อ.เมือง จ.พิษณุโลก เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ของ บริษัท วงษ์พาณิชย์ จำกัด บังเอิญเห็นนักเรียนเก็บขยะไปขายแล้วนำเงินที่ได้ไปฝากธนาคาร จึงเกิดไอเดียที่จะสร้างแหล่งรับซื้อ-ขายขยะในโรงเรียน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก เลยนำไปเสนอกับเทศบาลนครพิษณุโลก จนกระทั่งได้รับการอนุมัติ และเกิดเป็นธนาคารขยะแห่งแรกในที่สุด ซึ่งหลังจากนั้นก็ประสบความสำเร็จและแพร่ขยายไปสู่ชุมชนอื่น ๆ เรื่อย ๆ จนตอนนี้มีธนาคารขยะอยู่ทั่วประเทศ 

ส่วนแนวคิดหลักของการทำธนาคารขยะ ได้แก่ การกระตุ้นให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาขยะกันมากขึ้น ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนและคนในชุมชนรู้จักคัดแยกขยะ หารายได้เสริม และฝึกนิสัยการออมไปในตัว ที่สำคัญคือเป็นการลดปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนลงอย่างถูกต้องและเหมาะสมนั่นเอง 

วิธีการจัดตั้งธนาคารขยะ

ขั้นตอนการจัดตั้งและดำเนินงานธนาคารขยะแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงก่อนเปิดธนาคาร ช่วงระหว่างเปิดธนาคาร และช่วงหลังเปิดธนาคาร โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. ช่วงก่อนเปิดธนาคาร

การจัดตั้งธนาคารขยะ เริ่มจากการคัดเลือกคณะกรรมการประมาณ 8-10 คน เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการธนาคารในทุก ๆ ด้าน พร้อมทั้งประเมินผลกิจกรรมเป็นประจำทุก ๆ เดือน ที่สำคัญควรแต่งตั้งคณะกรรมการสำรองเผื่อไว้อีกหนึ่งชุด เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่แทนกันได้ โดยคณะกรรมการธนาคารขยะจะประกอบไปด้วย 

ที่ปรึกษา จำนวน 1-2 คน : มีหน้าที่ให้คำปรึกษา ให้ความช่วยเหลือ และคอยดูแลธนาคารให้น่าเชื่อถือและตรวจสอบได้ 

ผู้จัดการ จำนวน 1 คน : มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของพนักงาน พร้อมทั้งดูแลการดำเนินงานภาพรวมของธนาคาร 

รองผู้จัดการ จำนวน 1 คน : มีหน้าที่ช่วยดูแลการดำเนินงานภาพรวมของธนาคารแทนผู้จัดการ

เจ้าหน้าที่คัดแยกและชั่งน้ำหนัก จำนวน 2 คน : มีหน้าที่คัดแยกและชั่งน้ำหนักขยะรีไซเคิลหรือของเก่าที่สมาชิกนำมาฝาก

เจ้าหน้าที่จดบันทึก จำนวน 2 คน : มีหน้าที่จดบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับสมาชิก ทั้งชื่อ นามสกุล และเลขสมาชิก รวมถึงประเภทและปริมาณขยะด้วย

เจ้าหน้าที่คิดเงิน จำนวน 1-2 คน : มีหน้าที่เปรียบเทียบประเภทและปริมาณขยะกับราคาที่กำหนดไว้ จากนั้นก็คำนวณออกมาเป็นเงินฝาก นอกนี้จากนี้ยังดูแลเรื่องการถอนเงินของสมาชิกด้วย

เจ้าหน้าที่บัญชี จำนวน 1-2 คน : มีหน้าที่รับผิดชอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เช่น เอกสารสรุปยอดเงินฝาก เอกสารสรุปยอดรายรับ-รายจ่าย เอกสารยอดคงเหลือของขยะรีไซเคิล และอีกมากมาย 

หลังจากได้สมาชิกเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ประชุมเพื่อแบ่งหน้าที่ในการเตรียมงาน ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาสถานที่ในการเก็บขยะ ซึ่งควรเลือกเป็นบริเวณที่ไม่โดนแดด โดนฝน และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับรองรับขยะรีไซเคิลแต่ละประเภท ประกอบด้วย แก้ว กระดาษ พลาสติก โลหะและอโลหะ การจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เครื่องชั่ง สมุดคู่ฝาก ใบฝาก ใบถอน และเอกสารการทำบัญชีต่าง ๆ การจัดหาร้านรับซื้อของเก่าเพื่อกำหนดราคาซื้อ-ขาย และวันเข้ามารับขยะ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ อบรม และให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธนาคารขยะด้วย 

2. ช่วงระหว่างเปิดธนาคาร

วิธีการดำเนินงานระหว่างการเปิดธนาคาร ขั้นตอนแรกต้องรับสมัครสมาชิกของธนาคารก่อน โดยให้ผู้สมัครกรอกข้อมูลต่าง ๆ ลงในแบบฟอร์มใบสมัคร จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็คัดลอกข้อมูลลงในทะเบียนคุมลูกค้า แล้วส่งเลขสมาชิกให้กับผู้สมัคร พร้อมลงรายละเอียดในสมุดคู่ฝาก ซึ่งทางธนาคารจะเป็นฝ่ายเก็บสมุดคู่ฝากเอาไว้เอง 

ขั้นตอนการฝาก 

1. ให้สมาชิกนำขยะพร้อมกับใบฝาก ส่งให้เจ้าหน้าที่คัดแยกและชั่งน้ำหนัก 

2. เจ้าหน้าที่คัดแยกและชั่งน้ำหนักให้ถูกต้อง พร้อมส่งใบฝากต่อให้เจ้าหน้าที่จดบันทึก ซึ่งจะคอยจดบันทึกประเภทและปริมาณขยะลงไปตามความจริง โดยจะเรียกให้สมาชิกมาดูไปพร้อม ๆ กัน

 3. ส่งใบฝากต่อให้เจ้าหน้าที่คิดเงินเพื่อเปรียบเทียบราคาและคำนวณลงในใบฝาก 

4. เสร็จแล้วก็มอบให้กับเจ้าหน้าที่บัญชีเพื่อลงข้อมูลในสมุดคู่ฝากและเก็บไว้เป็นหลักฐาน 

5. จากนั้นนำไปให้ผู้จัดการธนาคารตรวจสอบความถูกต้องต่อ พร้อมทั้งให้สมาชิกเช็กความเรียบร้อยอีกครั้ง 

6. เมื่อถูกต้องครบถ้วนแล้ว ทั้งสมาชิกและผู้จัดการก็จะเซ็นลงในใบฝากและสมุดคู่ฝากเพื่อเป็นการยืนยัน 

ขั้นตอนการถอน 

สมาชิกสามารถถอนเงินได้ในครั้งถัดไปหลังจากธนาคารนำขยะไปขายต่อแล้ว แต่มีข้อแม้ว่าสมาชิกที่จะถอนเงิน ต้องนำขยะมาฝากใหม่ในวันนั้น ๆ ด้วย 

3. ช่วงหลังเปิดธนาคาร

วิธีการดำเนินงานช่วงหลังเปิดธนาคารส่วนใหญ่จะเป็นการสรุป รวบรวม และประเมินผล โดยเจ้าหน้าที่จะต้องสรุปผลการฝาก-ถอนแต่ละวัน รวมถึงแต่ละเดือน แล้วแจ้งรายละเอียดให้สมาชิกทราบ 

นอกจากนี้ยังต้องรวบรวมข้อมูลและประเมินผลการทำงาน ผ่านการนำยอดสมาชิก ปริมาณขยะ จำนวนเงิน และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มาพิจารณาและสังเกตการณ์เป็นประจำทุกเดือน รวมถึงคอยประชุมและวางแผนประชาสัมพันธ์กิจกรรมให้เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้นด้วย ที่สำคัญอย่าลืมทำการขายขยะให้กับร้านรับซื้อของเก่าที่ติดต่อไว้ให้เรียบร้อยภายในวันและราคาที่กำหนด ทั้งนี้ ราคาของขยะแต่ละประเภทสามารถเปลี่ยนแปลงได้อยู่ตลอด

เช็กราคากลางได้จากที่ไหน

เพื่อเป็นการเปรียบเทียบราคาคร่าว ๆ ทั้งสมาชิก ธนาคาร และร้านรับซื้อของเก่า สามารถเช็กราคากลางของการซื้อ-ขายขยะได้ที่ เว็บไซต์ JunkBank องค์กรเพื่อสังคมที่ร่วมมือกับสมาคมรีไซเคิลขยะและรับซื้อของเก่า เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความโปร่งใสให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งในเว็บไซต์จะแยกราคาของขยะรีไซเคิลและของเก่าออกเป็นหมวดหมู่และชนิดอย่างชัดเจน โดยแบ่งออกเป็นประเภท ได้แก่ แก้ว กระดาษ พลาสติก เหล็ก และโลหะ 

ตัวอย่างราคารับซื้อขยะ จากโครงการสมาคมรีไซเคิลขยะและรับซื้อของเก่า

ประโยชน์ของธนาคารขยะ

1. ช่วยกระตุ้นให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการขยะอย่างถูกต้อง

2. ช่วยลดปริมาณขยะมูลฝอยในชุมชน ส่งผลให้สภาพแวดล้อมน่าอยู่ขึ้น และบรรเทาภาระการจัดการขยะลง

3. ช่วยสร้างรายได้เสริมพร้อมทั้งฝึกนิสัยการออมให้กับคนในชุมชน ทำให้ผู้คนมีเงินเก็บ เยาวชนมีเงินใช้ และสามารถแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ได้ 

4. ช่วยให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าของการคัดแยกและการรีไซเคิลขยะ พร้อมทั้งปลูกจิตสำนึกเรื่องการลดปริมาณขยะและรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัว

5. การส่งเสริมโครงการธนาคารขยะในโรงเรียน ยังช่วยให้เยาวชนมีการเรียนรู้การทำงานเป็นกลุ่ม เข้าใจระบบการทำงานของธนาคารหรือการทำธุรกิจขนาดเล็ก อีกทั้งยังฝึกให้คิด วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาไปพร้อม ๆ กัน

6. เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ดีให้กับคนในชุมชน รวมถึงเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับชุมชนอื่นด้วย

นอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะและช่วยจัดการขยะอย่างถูกต้องแล้ว ธนาคารขยะยังเป็นโครงการที่ช่วยปลูกฝังนิสัยการออม ปลูกจิตสำนึกรักษ์โลก ช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว และช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับของเหลือใช้ได้ด้วย ฉะนั้นต่อไปนี้แทนที่จะทิ้งขยะรวมกันจนทำให้เกิดปัญหาตามมา มาคัดแยกขยะและนำไปขายให้เกิดประโยชน์สูงสุดกัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก 
ดร.กัญณภัทร ชื่นวงศ์ สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผศ.ดร.สุธาทิพย์ สินยัง สาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ดร.เพ็ญศิริ ประชากิตติกุล สาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและการจัดการภัยพิบัติ สำนักสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี
ดร​.ธนิตา​ อารี​รบ สาขาวิชา​เทคโนโลยี​และ​การจัดการสิ่ง​แวดล้อม คณะเทคโนโลยี​และ​สิ่ง​แวดล้อม มหาวิทยาลัย​สงขลา​นครินทร์​ วิทยาเขต​ภูเก็ต 
กรมควบคุมมลพิษ
สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 14

ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า 
สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2562

เรื่องน่ารู้
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย